พอลูกหัวแก้วหัวแหวนเริ่มเติบโตเข้าสู่วัยช่วงอายุ 3 ขวบขึ้น
การพัฒนาการไปอีกขั้นที่คุณพ่อคุณแม่ที่ขึ้นขั้นปวดหัวไปตามๆกัน นั้นคือ
ลูกเริ่มไม่เชื่อฟังตามที่เคยสั่งสอนไว้ บอกกล่าวอะไรก็ดื้อ และมีโต้เถียง
ช่วงอายุนี้เด็กเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง และมีความรู้สึกรู้ถึงความต้องการของตัวเองดีขึ้น
อยากมีอิสระทางความคิด มีความสนใจ เสาะหาใคร่อยากเรียนรู้สิ่งรอบกาย
สังเกตุเด็กได้จาก เด็กเริ่มมีคำถามมากขึ้น
จนได้มาของฉายา เจ้าหนูทำไม??
ถ้าลูกของคุณพ่อคุณแม่เริ่มไม่เชื่อฟัง ขอให้มองว่าไม่ใช่เป็นปัญหาเรื่องใหญ่
วิธีการแก้ไข คือ ต้องใช้เวลาการพูดคุยมากขึ้น และคุณพ่อคุณแม่ต้องมีความอดทนสูงพอสมควร
เพราะเด็กอาจจะไม่รับฟังเท่าที่ควร การอธิบายสิ่งที่เด็กนึกภาพได้ชัดเจน จะเป็นการชักนำให้เด็กได้เข้าใจมากขึ้น บอกถึงในสิ่งที่เด็กรับรู้ได้ใกล้ตัวที่สุด
เช่นเด็กดื้อไม่ยอมรัปประทานผัก การสอนคือ ให้บอกว่า ถ้าไม่ทานผักจะทำให้อึแข็ง เจ็บก้น เป็นต้น
พอเข้าสู่วัยอายุประมาณ 6 ขวบขึ้นไป เด็กก็จะเริ่มเรียนรู้สิ่งที่ถูกต้องมากขึ้น
การบ่มสอนให้เด็กได้รู้จักสิ่งที่ควร ขึ้นอยู่กับการสอนแต่ละครอบครัว
ดังนั้นการใช้เวลาอยู่กับลูกเป็นสิ่งจำเป็นมาก การใช้ความรุณแรงโดยการทุบ ตี ไม่แนะนำให้นำมาใช้กับเด็ก เนื่องจากจะทำให้เด็กไม่เข้าใจในสิ่งที่ควรรู้ แต่เด็กกลับได้รับความรู้สึกกลัวและความเจ็บจากการใช้กำลังเท่านั้น..
ฉะนั้นขอฝากทุกๆครอบครัว ก่อนลงมือตีเพื่อสั่งสอนบุตรหลานของท่าน
ควรมีการอธิบายให้เด็กเข้าใจ หากเด็กเพิกเฉย ดื้อดึงไม่รับรู้
การนำเด็กออกจากจุดที่เกิดปัญหาไปอีกที่หนึ่ง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเป็นอีกวิธี ที่จะลดความก้าวร้าวของเด็กลง และเด็กจะสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
คุณพ่อคุณแม่อาจต้องเหนื่อยสักนิด ในการพูดอธิบายให้เด็กช่วงวัยนี้รับฟัง
หากเลยระยะนี้ไปได้ เด็กจะเติบโตได้อย่างมีคุณภาพมากค่ะ
วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2556
วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556
เมื่อแม่ให้กำเนิดลูกต้องผจญกับอะไร
ลูกเมื่อได้กำเนิดจากแม่ ในวันแรกที่คลอดลืมตาดูโลก สัญชาติของความเป็นแม่และความรักที่บริสุทธิ์หาที่ใดเปรียบได้ เรียกได้ว่ายอมตายแทนลูกได้ ความรักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน มีแต่การให้
ในบทความนี้ขอเน้นคุณแม่ที่มีความเป็นแม่จริงๆนะค่ะ
เมื่อถึงกำหนดการคลอดลูก
คุณแม่ต้องเสี่ยงกับความตาย เพราะต้องมีการผ่าท้อง หรือคลอดตามธรรมชาติ เสี่ยงต่อการเสียเลือดมาก เพราะอาจตกเลือดได้ตลอดเวลา หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อหลังการคลอด
หลังคลอด
- ต้องทนการเจ็บของแผลผ่าตัด บางรายอาจใช้ระยะเวลาเป็นเดือน
- และต้องทนกับอาการปวดเมื่อยที่กระดูกสันหลังเพราะคุณแม่ที่เลือกการ บล๊อคหลังต้องทำการฉีดยาที่กระดูกสันหลัง(ซึ่งต้องทนอาการคันเนื่องจากผลข้างเคียงของยา)
- ต้องอาบน้ำอุ่น หรือร้อนกว่าคนปกติ เนื่องจาก การอาบน้ำที่อุณหภูมิห้องหรือเย็นกว่า จะเกิดอาการหนาวใน เพราะเส้นเลือดของคุณแม่ช่วงตั้งครรภ์จะมีการสูบฉีดโลหิตที่แรงเกิดความร้อนกว่าคนร่างกายปกติค่ะ การอาบน้ำเย็นทำให้เส้นเลือดหดตัวเกิดอาการหนาวสั่น ไม่สบายได้
-ต้องเลือกทานอาหาร ที่ไม่รสจัด ไม่เผ็ด เพราะจะมีผลต้อน้ำนมที่ให้ลูกดูดได้ การทานเผ็ดจะทำให้เด็กท้องเสียได้
- พักผ่อนนอนมาก เพราะเด็กแรกเกิดจะตื่นบ่อย เกือบทุกชั่วโมง เนื่องจากยังปรับตัวไม่ได้และหิวบ่อย
- ไม่มีเวลาส่วนตัวเลย เพราะต้องอยู่ดูแลลูกตลอด 24 ชั่วโมง มีเวลาเต็มที่คือทานข้าวและอาบน้ำ
- มีภาวะเครียด หงุดหงิด น้อยใจ เนื่องมาจากฮอร์โมน
ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยหรือลำบากเพียงใด กับการได้เห็บลูกได้เติบโต มีพัฒนาการที่เปลี่ยนไปและดีขึ้นเรื่อยๆ เท่านี้คุณแม่และคุณพ่อก็หายเหนื่อย และมีความสุขแล้ว ไม่ต้องการอะไรจากลูกค่ะ
ในบทความนี้ขอเน้นคุณแม่ที่มีความเป็นแม่จริงๆนะค่ะ
เมื่อถึงกำหนดการคลอดลูก
คุณแม่ต้องเสี่ยงกับความตาย เพราะต้องมีการผ่าท้อง หรือคลอดตามธรรมชาติ เสี่ยงต่อการเสียเลือดมาก เพราะอาจตกเลือดได้ตลอดเวลา หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อหลังการคลอด
หลังคลอด
- ต้องทนการเจ็บของแผลผ่าตัด บางรายอาจใช้ระยะเวลาเป็นเดือน
- และต้องทนกับอาการปวดเมื่อยที่กระดูกสันหลังเพราะคุณแม่ที่เลือกการ บล๊อคหลังต้องทำการฉีดยาที่กระดูกสันหลัง(ซึ่งต้องทนอาการคันเนื่องจากผลข้างเคียงของยา)
- ต้องอาบน้ำอุ่น หรือร้อนกว่าคนปกติ เนื่องจาก การอาบน้ำที่อุณหภูมิห้องหรือเย็นกว่า จะเกิดอาการหนาวใน เพราะเส้นเลือดของคุณแม่ช่วงตั้งครรภ์จะมีการสูบฉีดโลหิตที่แรงเกิดความร้อนกว่าคนร่างกายปกติค่ะ การอาบน้ำเย็นทำให้เส้นเลือดหดตัวเกิดอาการหนาวสั่น ไม่สบายได้
-ต้องเลือกทานอาหาร ที่ไม่รสจัด ไม่เผ็ด เพราะจะมีผลต้อน้ำนมที่ให้ลูกดูดได้ การทานเผ็ดจะทำให้เด็กท้องเสียได้
- พักผ่อนนอนมาก เพราะเด็กแรกเกิดจะตื่นบ่อย เกือบทุกชั่วโมง เนื่องจากยังปรับตัวไม่ได้และหิวบ่อย
- ไม่มีเวลาส่วนตัวเลย เพราะต้องอยู่ดูแลลูกตลอด 24 ชั่วโมง มีเวลาเต็มที่คือทานข้าวและอาบน้ำ
- มีภาวะเครียด หงุดหงิด น้อยใจ เนื่องมาจากฮอร์โมน
ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยหรือลำบากเพียงใด กับการได้เห็บลูกได้เติบโต มีพัฒนาการที่เปลี่ยนไปและดีขึ้นเรื่อยๆ เท่านี้คุณแม่และคุณพ่อก็หายเหนื่อย และมีความสุขแล้ว ไม่ต้องการอะไรจากลูกค่ะ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)